ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทหาร แสดงบทความทั้งหมด

ตำนานทหารที่กระโดดใส่ระเบิดเพื่อปกป้องเพื่อน แต่รอดมาได้เพราะกระเป๋าเป้


ตำนานทหารที่กระโดดใส่ระเบิดเพื่อปกป้องเพื่อน แต่รอดมาได้เพราะกระเป๋าเป้

หนึ่งในฉากที่น่าประทับใจจากเรื่อง Captain America: The First Avenger คือตอนที่ สตีฟ โรเจอร์ส กระโดดเอาตัวเข้ารับลูกระเบิดปลอมแทนเพื่อน ๆ ที่ทำให้เขาถูกมองเป็นวีรบุรุษในเวลาต่อมา แต่คุณคิดว่าในชีวิตจริง จะมีสักกี่คนที่กล้าหาญพอจะเอาตัวไปรับลูกระเบิดแบบนั้นแทนคนอื่นบ้าง

หนึ่งในนั้นคือ สิบตรี แมทธิว เคราเชอร์ นาวิกโยธินจากองทัพอังกฤษที่ตัดสินใจกระโดดเข้าหาระเบิดมือเพื่อช่วยชีวิตเพื่อน ๆ และเขาสามารถรอดชีวิตกลับมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ


แมทธิวเป็นชาวเมืองโซลิฮัลล์ ในมณฑลเวสต์มิดแลนส์ของอังกฤษที่มีประสบการณ์โชกโชนทางการทหาร โดยก่อนที่เขาจะเข้าร่วมกองนาวิกโยธินในเดือนพฤศจิกายนปี 2000 เขาเคยเป็นสมาชิกของกองพลฝึกหัดทางอากาศ 2030 (Elmdon & Yardley) เขาไปรบในอิรัก 3 ครั้งและอัฟกานิสถานอีก 1 ครั้ง รวมถึงเคยเป็นหนึ่งในสมาชิก 1 ใน 40 คนของหน่วยคอมมานโด จากปี 2002 ถึง 2005 และอีกครั้งในปี 2007 และ 2008

ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2007 แมทธิวได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตเพื่อนทหารคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงที่หน้าอก เนื่องจากการปะทะกันที่รุนแรงจึงทำให้ทีมแพทย์ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บได้นานกว่า 20 นาที

ในระหว่างนั้นเอง แมทธิวคือผู้ปกป้องเพื่อนของเขาจนกระทั่งสามารถอพยพออกมาได้ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ประสบอุบัติเหตุบนถนนระหว่างปฏิบัติภารกิจจนต้องถูกส่งตัวกลับมายังอังกฤษเพื่อรักษาขาที่หัก หลังจากหายดีเรียบร้อย เขาก็กลับไปอัฟกานิสถานภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ต่อมาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อ

แต่นั่นไม่ใช่เหตุการณ์ที่เขาได้รับการยกย่องมากที่สุด

ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2008 หรือเพียงแค่ 3 เดือนหลังจากนั้น ในระหว่างภารกิจลาดตระเวณตอนกลางคืนใกล้กับเมือง Sangin ในจังหวัดเฮลมานด์ ของอัฟกานิสถาน เขารู้สึกว่ามีเส้นลวดที่ขาของเขาและเห็นว่าระเบิดกำลังทำงาน เขามีเวลาน้อยกว่า 7 วินาทีที่จะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ในตอนนั้นเอง แมทธิวทิ้งตัวลงไปที่ระเบิด โดยใช้กระเป๋าเป้ของเขากดระเบิดเอาไว้กับพื้น จากนั้นก็งอแขนขาขึ้นแนบลำตัว

เสี้ยววินาทีต่อมา ระเบิดก็ทำงานจนตัวเขาลอยขึ้นไปในอากาศ แต่กระเป๋าเป้ได้ช่วยปกป้องร่างกายของเขาเอาไว้ แมทธิวมีเลือดกำเดาไหล แก้วหูทะลุ และมีอาการสับสน ชุดเกราะและหมวกของเขาฉีดขาดจากสะเก็ดระเบิด

ยังมีสมาชิกทีมลาดตระเวณที่มากับเขาอีก 3 คน คนหลังสุดถอยไปหลบที่มุมอาคาร หัวหน้าทีมลาดตระเวณหมอบลงกับพื้นและได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด ส่วนสมาชิกคนสุดท้ายไม่ทันได้ทำอะไร เขายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ในระยะอันตราย แต่การกระทำของแมทธิวได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้

แรงระเบิดทำลายแบตเตอรีลิเธียมขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในกระเป๋าของเขาจนทำให้เกิดไฟลุกไหม้

แพทย์ทหารคนหนึ่งแนะนำให้แมทธิวกลับฐาน แต่เขายืนกรานว่าจะดำเนินภารกิจต่อ และสมาชิกในทีมก็เชื่อว่านักรบตอลิบานอาจจะมาตรวจสอบการระเบิดที่นี่ ซึ่งนั่นจะเป็นโอกาสให้พวกเขาซุ่มโจมตีได้

สุดท้ายพวกเขาก็สามารถซุ่มโจมตีได้สำเร็จและตัวแมทธิวเองก็สามารถจัดการนักรบตอลิบานไปได้คนหนึ่ง

วีรกรรมของแมทธิว เคราเชอร์ ทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษและได้รับพระราชทาน George Cross พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดสำหรับความกล้าหาญในกองทัพอังกฤษ


และยังทำให้เราได้เห็นว่า การเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องคนอื่นราวกับฮีโร่ ไม่ได้มีแต่ในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่เท่านั้น

8 ภาพ UFO ของจริงที่น่าสนใจ ถ่ายจากเรือดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐ


ภาพเหล่านี้มาจากเรือดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ และถ่ายในเดือนมีนาคมปี 1971 เรือดำน้ำที่เป็นปัญหาคือ USS Trepang (SSN 674) กล่าวกันว่าเรือดำน้ำได้ตัดเส้นทางกับวัตถุที่ไม่ปรากฏชื่อโดยบังเอิญ ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางในการสำรวจทางทหารและวิทยาศาสตร์ตามปกติ

ผู้คนนับล้านทั่วโลกอ้างว่าเคยเห็นบางสิ่งบางอย่างบนท้องฟ้าอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตที่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจหรืออธิบายได้ ฉันรู้ว่าโดยส่วนตัวฉันได้เห็นแสงประหลาดบนท้องฟ้าอย่างน้อยห้าครั้งซึ่งเหนือสิ่งอื่นใดที่ฉันสามารถอธิบายได้ด้วยเทคโนโลยีหรือปรากฏการณ์สภาพอากาศ

เช่นเดียวกับที่ฉันได้เห็นแสงประหลาดหายไปและปรากฏขึ้นในไม่กี่วินาที เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ไม่มียานพาหนะใดในโลกสามารถทำได้ มีคนอื่นๆ ทั่วโลกที่ได้เห็นสิ่งนี้เช่นกัน

ในโลกปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามีบางสิ่งในท้องฟ้าของเราและในอวกาศที่ไม่สามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุผล คุณสามารถเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า UFO, Alien Crafts หรือ Top-Secret Military Vehicles ได้ ความจริงก็คือพวกมันมีอยู่และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเรา

ปรากฏการณ์ยูเอฟโอเกิดขึ้นทั่วโลกและเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แต่อย่างที่พวกเราหลายคนได้เห็นสิ่งที่เราไม่สามารถอธิบายได้ ยังมีคนอื่นๆ อยู่ทั่วโลก บุคลากรทางทหาร นักบินอวกาศ นักบิน และแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ได้เห็นบางสิ่งที่จัดอยู่ในประเภท 'ออกจากโลกนี้'
 

In 1960, the former head of the CIA, Roscoe Hillenkoetter released a statement, saying, ‘Behind the scenes, high-ranking Air Force officers are soberly concerned about UFOs. But through official secrecy and ridicule, many citizens are led to believe the unknown flying objects are nonsense.’

“…As the F-4 approached a range of 25 nautical miles it lost all instrumentation and communications. When the F-4 turned away from the object and apparently was no longer a threat to it, the aircraft regained all instrumentation and communications.“ —This quote comes from a declassified United States defense agency report detailing a UFO encounter that occurred over Iran in 1976.

ข้อความที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่น่าสนใจอย่างยิ่งอีกประการหนึ่งมาจากอดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของแคนาดา Paul Hellyer:

“…ในกรณีหนึ่งในช่วงสงครามเย็นปี 1961 มียูเอฟโอประมาณห้าสิบลำที่กำลังบินไปทางใต้จากรัสเซียทั่วยุโรป ผู้บัญชาการสูงสุดฝ่ายสัมพันธมิตรมีความกังวลอย่างมากและพร้อมที่จะกดปุ่มตกใจเมื่อพวกเขาหันหลังกลับและกลับไปที่ขั้วโลกเหนือ

They decided to do an investigation and they investigated for three years. They decided that with absolute certainty that four different species, at least, have been visiting this planet for thousands of years.

มีกิจกรรมมากขึ้นในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราคิดค้นระเบิดปรมาณู พวกเขากังวลเรื่องนั้นมาก และถ้าเราใช้มันอีกครั้งเพราะจักรวาลทั้งหมดเป็นเอกภาพ และมันส่งผลกระทบไม่เพียงแค่เราเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่อคนอื่นๆ ในจักรวาลด้วย พวกเขากลัวมากว่าเราจะเริ่มใช้อาวุธปรมาณูอีกครั้ง และจะเป็นอันตรายต่อเราและพวกมันด้วย” ( ที่มา )

“ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการสอบสวนทั้งในสหรัฐอเมริกาและในสเปน รวมถึงที่อื่นๆ ในโลก นานาประเทศทั่วโลกกำลังทำงานร่วมกันในการสืบสวนปรากฏการณ์ยูเอฟโอ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ” – นายพลคาร์ลอส คาสโตร คาเวโร (1979) จาก UFOs และ National Security State เล่มที่ 2เขียนโดย Richard Dolan

จากทั้งหมดที่กล่าวมาบอกเราว่าในอดีต กองทัพทั่วโลกได้ติดตามยูเอฟโออย่างแข็งขันและสกัดกั้นพวกเขาเป็นครั้งคราว

นี้พาเราไปยังชุดของภาพที่น่าสนใจทำขอบคุณที่มีให้กับผู้ตรวจสอบ / นักวิจัยอเล็กซ์ Mistretta ที่สามารถติดต่อได้ที่mistretta1020@gmail.com

อ้างอิงจากส Mistretta ภาพเหล่านี้มาจากเรือดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ และถ่ายในเดือนมีนาคมปี 1971

The submarine in question was the USS Trepang (SSN 674). The Submarine is said to have crossed paths with the unidentified object by accident as they were traveling on a routine military and scientific expedition.

นายทหาร John Klika เป็นคนแรกที่เห็นวัตถุด้วยกล้องปริทรรศน์ของเขา

หลายคนยังคงสงสัยเกี่ยวกับภาพและเรื่องราวต่างๆ แต่เป็นเพียงการพิสูจน์อีกครั้งว่ากองทัพได้สัมผัสกับวัตถุที่ไม่สามารถอธิบายได้ในน้ำ ทางบก ทางอากาศ และในอวกาศที่ไม่น่าจะมาจากโลก 

รายการบล็อกของฉัน