ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไวรัส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไวรัส แสดงบทความทั้งหมด

พบดีเอ็นเอไวรัสในจุลชีพโบราณ "แอสการ์ด อาร์เคีย" คาดอยู่เบื้องหลังวิวัฒนาการสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน


อาร์เคียเติบโตอยู่โดยรอบบ่อน้ำพุร้อน Grand Prismatic Spring ที่อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนของสหรัฐฯ

ทีมนักจุลชีววิทยานานาชาติหลายคณะ เผยแพร่รายงานวิจัย 3 ฉบับ ในวารสาร Nature Microbiology เกี่ยวกับการค้นพบและศึกษาร่องรอยดีเอ็นเอของไวรัสใน "แอสการ์ด อาร์เคีย" (Asgard archaea) จุลชีพโบราณจำพวกหนึ่งที่มีชื่อเหมือนทวยเทพในตำนานปรัมปราของวัฒนธรรมนอร์ส (Norse)

นักจุลชีววิทยากลุ่มนี้คาดว่า การที่แอสการ์ด อาร์เคีย ติดเชื้อไวรัสบางชนิดจากยุคดึกดำบรรพ์ ได้ส่งผลให้มันมีวิวัฒนาการซึ่งนำไปสู่กำเนิดของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ที่ซับซ้อนขึ้น รวมถึงเชื้อรา พืช สัตว์ และมนุษย์ด้วย
มีการตรวจสอบหาร่องรอยของดีเอ็นเอไวรัสดังกล่าว จากตัวอย่างของแอสการ์ด อาร์เคีย ที่เก็บได้ในดินตะกอนของอ่าวแคลิฟอร์เนียบริเวณใกล้กับปล่องน้ำร้อนก้นมหาสมุทร โดยนำบางส่วนของสายดีเอ็นเอจากแอสการ์ด อาร์เคีย ซึ่งเป็นส่วนของตัวคั่นกลาง (spacer) ระหว่างรหัสพันธุกรรมที่มักปรากฏซ้ำ ๆ เอามาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของไวรัสหลายชนิดที่อยู่ในตะกอนก้นสมุทรบริเวณใกล้เคียงกัน

เนื่องจากตัวคั่นกลางในสายดีเอ็นเอของแอสการ์ด อาร์เคีย คือร่องรอยที่ไวรัสยุคโบราณทิ้งไว้เมื่อเกิดการติดเชื้อในอดีต ทำให้ทีมผู้วิจัยสามารถตรวจสอบได้ว่า ไวรัสชนิดใดเป็นที่มาของตัวคั่นกลางเหล่านี้กันแน่ ซึ่งจะเผยถึงกระบวนการที่ไวรัสยุคดึกดำบรรพ์ทำให้แอสการ์ด อาร์เคีย มีวิวัฒนาการ ซึ่งนำไปสู่กำเนิดของเซลล์แบบยูคาริโอต (eukaryote) อันเป็นองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น


นักวิทยาศาสตร์ใช้ยานดำน้ำ (submersible) สำหรับทะเลลึก เก็บตัวอย่างตะกอนโบราณก้นอ่าวแคลิฟอร์เนีย

ผลปรากฏว่าทีมผู้วิจัยพบไวรัส 6 ชนิด ที่เคยเข้าสู่เซลล์ของแอสการ์ด อาร์เคีย 2 ชนิดมาแล้วในอดีต และได้ตั้งชื่อพวกมันตามชื่อของสัตว์วิเศษในเทพนิยายนอร์ส เช่นหมาป่ายักษ์ "เฟนรีร์" (Fenrir) และมังกร "นิดฮ็อกก์" (Nidhogg)

จุลชีพโบราณจำพวกอาร์เคียไม่ใช่แบคทีเรีย แต่เป็นสิ่งมีชีวิตแบบโพรคาริโอต (procaryote) ชนิดหนึ่ง หมายถึงสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวจากยุคหลายพันล้านปีก่อนที่ยังไม่มีนิวเคลียสบรรจุดีเอ็นเอ และยังไม่มีเยื่อหุ้มอวัยวะขนาดเล็กภายในเซลล์

อาร์เคียมักจะอาศัยอยู่ตามบริเวณที่มีสภาพแวดล้อมรุนแรง เช่นมีความเค็มจัด ร้อนจัด เป็นกรดเข้มข้น หรือมีสารพิษเช่นมีเทนอยู่ โดยจะปรากฏเป็นสีสันสวยงามบนพื้นรอบบ่อน้ำพุร้อน นาเกลือ หรือเหมืองแร่

ส่วนแอสการ์ด อาร์เคียนั้น เป็นอาร์เคียชนิดล่าสุดที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยอยู่ตรงปล่องน้ำร้อนบริเวณรอยแยกของเปลือกโลกที่ก้นมหาสมุทร 

ซึ่งเป็นที่อยู่ของ "โลกิ" (Loki) เทพเจ้าในตำนานปรัมปราของวัฒนธรรมนอร์ส (Norse) ทำให้อาร์เคียชนิดนี้และเครือญาติของมันที่ถูกค้นพบในเวลาต่อมา ได้รับการตั้งชื่อตามทวยเทพแห่งแอสการ์ด (Asgard) หรือสวรรค์ของเทพเจ้านอร์สทั้งหมด

ดูกันชัดๆ มนุษย์ต้นไม้ เริ่มจากหูดเพียงเม็ดเดียว... จนแขนขากลายเป็นรากไม้


ค้นหา
Custom Search
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเห็นใจต่อเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่ง ซึ่งต้องตกอยู่ในภาวะที่น่าเวทนายิ่งนัก เมื่อทั้งร่างกายต้องมีหูดขึ้นชนิดรุนแรง จน มือ เท้า แขน ขา กลายสภาพไปดูคล้ายเป็นต้นไม้ มากกว่าเป็นอวัยวะของมนุษย
ดูกันชัดๆ มนุษย์ต้นไม้ เริ่มจากหูดเพียงเม็ดเดียว... จนแขนขากลายเป็นรากไม้
เรื่องราวของนายเดเด้ หนุ่มชาวอินโดนีเซีย วัย 35 ปี อาศัยอยู่ทางใต้ของกรุงจาการ์ต้า  ที่มีอาการผิดปกติมีหูดขึ้นทั่วร่างกายจนได้รับฉายาว่า " มนุษย์ต้นไม้ " ที่นำมาเผยแพร่โดยดิสคัฟเวอรี่ แชแนล และสำนักข่าวทั่วโลก จนเป็นที่ตกตะลึงปนกับความเวทนาของคนทั่วโลก โดยนายเดเด้ต้องเผชิญกับความทรมานทางร่างกาย และจิตใจ มาเกือบ 20 ปี ต้องถูกไล่ออกจากงาน ถูกชาวบ้านรังเกียจ และภรรยาทิ้ง จนต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับพ่อ และลูกสาวอีก 2 คน

( เดเด้ กับคุณพ่อ ที่บ้านพักทางใต้
ของกรุงจาการ์ต้า)
มาวันนี้ชีวิตของเดเด้เริ่มมีความหวังขึ้นอีกครั้งเมื่อแพทย์ชาวอเมริกา 
Dr . Anthony Gaspari ผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้นำเลือดของเดเด้ ไปตรวจ ผลออกมาว่าแท้จริงแล้ว ความผิดปกตินี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดหูดในมนุษย์ทั่วไปที่มีชื่อว่าHuman Papilloma Virus (HPV)ซึ่งถ้าคนปกติได้รับเชื้อนี้จากการสัมผัส ก็จะเกิดหูดขึ้นตามร่างกายโดยเฉพาะที่มือและเท้า จะมีตุ่มหูดเกิดขึ้นมากน้อยก็แล้วแต่ภูมิต้านทานของร่างกาย แต่ส่วนใหญ่แล้ว ภูมิต้านทานของคนปกติจะสามารถทำให้อาการดังกล่าวหายไปได้เอง หรืออาจใช้ยารักษาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่ในกรณีของนายเดเด้ ที่หูดแสดงอาการได้มากเพียงนี้ เกิดจากความผิดปกติของยีนที่ทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่สามารถต้านทานไวรัสธรรมดาๆ ตัวนี้ได้ คงเป็นเหมือนที่เราพบเห็นคนที่เป็นหูดทั่วร่างกาย ซึ่งก็พบได้อยู่บ่อยๆ แต่ในรายเดเด้นี้ถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยพบมา( เดเด้ กับคุณหมอใจดี 
ดร . กาสปารี่)ล่าสุดมีข่าวออกมาว่านายเดเด้ยินดีที่จะไปรับการรักษาที่อเมริกาแล้ว โดยอยู่ในความดูแลของ ดร. กาสปารี่ แต่ยังติดปัญหาเรื่องของค่าใช้จ่าย และ เรื่องหนังสือเดินทางเท่านั้น เห็นแบบนี้แล้วทางการของอเมริกาและอินโดนีเซีย คงต้องรีบจัดการโดยด่วน คนทั้งโลกเอาใจช่วยอยู่ ทั้งนี้ดร. กาสปารี่ ได้เสนอแนวทางการรักษาไว้ว่า จะใช้สารสังเคราะห์จากวิตามินเอ เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโต และ ทำให้หูดที่ยื่นออกมาเหล่านี้ลดขนาดลงไป 

ซึ่งอาจต้องใช้เวลากว่า 6 เดือนจึงจะเริ่มเห็นผล แม้จะไม่ทำให้ร่างกายของเดเด้ หายเป็นปกติ แต่น่าจะทำให้เดเด้ดำรงชีวิตอยู่ได้สบายขึ้น ซึ่งเพียงเท่านี้ เดเด้ ก็รู้สึกเป็นสุขมากแล้วสำหรับคนธรรมดาอย่างเราๆ มีความรู้เรื่องของหูดมาฝากหูดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งชื่อว่า papilloma โดยเชื้อไวรัสจะเข้าไปอยู่ในชั้นหนังกำพร้า เกิดเป็นเนื้องอกบนผิวหนัง

ผู้ที่เป็นหูดส่วนใหญ่มักจะได้รับเชื้อไวรัสมาจากการสัมผัสโดยตรง ผิวหนังที่ถลอกหรือถูกกดทับจะติดเชื้อหูดได้ง่าย การแกะเกาจะทำให้กระจายไปส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ หูดด้านข้างนิ้วเท้าทำให้นิ้วที่อยู่ติดกันเป็นหูดที่บริเวณผิวหนังที่ชิดกับหูดได้ เราสามารถพบหูดได้ในทุกวัยไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ลักษณะของหูดนั้นจะมีลักษณะเป็นเม็ดนูนแข็ง ผิวขรุขระ มีเม็ดเดียวหรือเป็นหลายเม็ดก็ได้ คนที่ภูมิคุ้มกันต่ำจะมีจำนวนเม็ดมาก ส่วนใหญ่เกิดที่มือหรือเท้า ถ้าเป็นที่ฝ่าเท้าจะคล้ายตาปลา เวลาเดินจะเกิดการกดทับตลอดเวลาจะทำให้มีอาการเจ็บมาก หูดอาจหายได้เองถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 2 ปี

แต่ถ้าภูมิคุ้มกันต่ำจะหายยาก ลุกลามได้ง่าย ควรรีบรักษาสำหรับการรักษามีหลายวิธี อาจใช้วิธีทายากัดหูด ที่มีส่วนผสมกรดซาลิไซลิกและกรดแลกติก แต้มหูดวันละ 2 ครั้ง ประมาณ 4-6 สัปดาห์ ซึ่งต้องใช้เวลาและความตั้งใจในการแต้มยา แต่จะไม่เจ็บไม่ปวดไม่เสียเลือด หายแล้วไม่เป็นแผลเป็น หรืออาจใช้วิธีผ่าตัดเอาออก จี้ออกด้วยไฟฟ้า หรือจี้ด้วยความเย็นก็ได้ สิ่งทีมีคนเข้าใจผิดเพราะหลงเชื่อกันมาเรื่อยๆ คือการใช้ธูปจี้หรือการใช้ยากัดหูดแรงๆ ดังนั้นท่านจึงไม่ควรใช้ธูปจี้หรือยากัดหูดแรงๆ เพราะจะทำให้เป็นแผลเป็นเดเด้ ยังแสดงความเป็นห่วง คนใกล้ชิด ทั้งพ่อ และ ลูกสาวทั้งสอง ว่าอาจจะติดเชื้อจากตนไป แต่สิ่งที่เราเห็นกันนั้นทั้งพ่อและลูกสาวก็ยังเป็นปกติ น่าจะทำให้ผู้ที่รับชมข่าวนี้สบายใจขึ้นมาบ้างที่แม้จะใกล้ชิดกันเพียงนี้ ก็มิได้จะติดจนเกิดอาการเช่นเดียวกัน เพราะสาเหตุมันเกิดจากไวรัส กับความผิดปกติของยีนในตัวเดเด้เอง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรประมาท

คลิปประกอบบทความ
ไวรัส มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง อยู่ที่เราเองว่าจะรักษาความสะอาดของร่างกาย และ สร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงได้อย่างไรใครที่เห็นครั้งแรกรู้สึกเหมือนผมมั้ยครับ แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองด้วยซ้ำ

รายการบล็อกของฉัน