ค้นหา

บทความที่ได้รับความนิยม

Translate

อาจมีโลกที่เราไม่รู้จัก หรือกระทั่งมี ‘ชีวิต’ ที่เกิดในโลกของสสารมืด


อาจมีโลกที่เราไม่รู้จัก หรือกระทั่งมี ‘ชีวิต’ ที่เกิดในโลกของสสารมืด

สิ่งมีชีวิต
ไม่เห็นไม่ใช่ไม่มี เพราะในจักรวาลนี้ ไม่ได้มีแค่สิ่งที่เราเห็นเท่านั้น

และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องราวแบบ ‘เหนือธรรมชาติ’ แต่เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ล้วนๆ

ก่อนอื่นเรามารู้จัก ‘สสารมืด’ (dark matter) ที่เป็นตัวเอกของเรื่องนี้กันก่อน

หากมนุษย์พูดถึง ‘ความมืด’ ในวัฒนธรรมของพวกเรา มันมักจะหมายถึงภาวะปราศจากแสงสว่าง แต่ในทางฟิสิกส์สิ่งที่เรียกว่า ‘สสารมืด’ คือสิ่งที่ต่างไปอย่างสิ้นเชิง

ในทางฟิสิกส์ สสารคือสิ่งที่มีมวล ‘มีมวล’ ก็คือมันสามารถจะมีปฏิสัมพันธ์กับแรงโน้มถ่วงได้ และในโลกมนุษย์ สสารทั้งหมด ‘มองเห็น’ ได้ ดังนั้นเวลามนุษย์คิดถึงสสาร มันก็คือสิ่งที่เรามองเห็นได้และมี ‘น้ำหนัก’ 

แต่ในจักรวาลไม่ใช่แบบนั้น

นักฟิสิกส์ประเมินจากแรงโน้มถ่วงในจักรวาลว่า จริงๆ แล้ว มันมี ‘สิ่งที่มีมวล’ อยู่มากกว่าที่เรา ‘เห็น’ เพียงแต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีปฏิกิริยากับแสงและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดอื่นๆ (เตือนความจำว่าแสงคือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งนะ) 

‘สิ่งที่มีมวลที่มองไม่เห็น’ นี้ ในทางฟิสิกส์มีชื่อเรียก เขาเรียกว่า ‘สสารมืด’

และถามว่าสสารมืดนี้มีเยอะแค่ไหน หากอธิบายแบบกระชับ สสารมืดนี้มีเยอะกว่าสสารปกติที่เรามองเห็นประมาณ 60 เท่าเลยถ้าคำนวณจากทั้งจักรวาล

โดยผู้เชี่ยวชาญก็เคยคำนวณแล้วว่ามันมีเยอะมากๆ และมีจริงๆ แม้ว่าเราจะมองไม่เห็นก็ตาม (เพราะสิ่งนี้ไม่มีทางเห็นได้ตามนิยาม)

ที่นี้แล้วยังไงต่อ?

ที่เหลือคือจินตนาการทางวิทยาศาสตร์บนฐานของสิ่งที่เรามองเห็นได้

เพราะมนุษย์มีความรู้เกี่ยวกับสสารมืดน้อยมาก มันเกิดขึ้นภายใต้ความสามารถในการตรวจจับแรงโน้มถ่วงของฟิสิกส์สมัยใหม่ ซึ่งการที่มันมีปริมาณมากกว่าสสารที่มองเห็นนี้เอง ก็ทำให้เขาคิดกันว่ามันอาจเป็นไปได้ที่จะมีทั้งจักรวาลมืด กาแล็กซีมืด ดาวเคราะห์มืด หรือกระทั่งสิ่งมีชีวิตมืด


โดยนิยาม ตามนุษย์มองไม่เห็น แต่มันดำรงอยู่ ซึ่งเขาก็สงสัยว่าในโลกของสสารมืด มันอาจมี ‘อนุภาคมืด’ แบบที่เป็น ‘ด้านมืด’ ที่คล้ายกับโปรตอนมืด อิเล็กตรอนมืด นิวตรอนมืด ซึ่งพอมีสิ่งเหล่านี้ได้ มันก็หมายความว่ามันอาจมีโมเลกุลมืด ซึ่งนั่นหมายความว่าอาจจะมีธาตุมืด ซึ่งพอมีแบบนี้ได้ มันก็สามารถมีดาวเคราะห์มืด รวมไปถึงโลกมืดที่มีสิ่งมีชีวิตมืดอยู่ในนั้นได้เช่นกัน เพียงแต่เรา ‘มองไม่เห็น’ มันจากโลกนี้เท่านั้นเอง

ที่ว่ามาทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ มันคือเรื่องราวบนพื้นฐานของความเป็นจริงและความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ล้วนๆ ซึ่งก็น่าสนใจหากจะมีพวกนวนิยายวิทยาศาสตร์นำเสนอประเด็นเหล่านี้

ส่วนถ้าจะทำเป็นภาพยนตร์ก็คงจะยากหน่อย เพราะถ้าหากโลกเหล่านี้มีอยู่จริง มนุษย์ก็คงจะมองเห็นมันเป็นเพียงก้อนความมืดขนาดใหญ่เท่านั้นเอง....

รายการบล็อกของฉัน